
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? รู้สาเหตุ และวิธีลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? หลายคนอาจกังวลถึงอาการบวมหลังฉีด Filler ปรับทรงปากว่า นานแค่ไหนกว่าจะยุบและเข้าที่ และได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ในบทความนี้ Gangdara มีคำตอบว่าฉีดปากกี่วันหายบวม ? พร้อมบอกสาเหตุ ลักษณะอาการบวม คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก และแนวทางการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
คลิกอ่านหัวข้อ ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ถึงจะเข้าที่ ?
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม ความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก หรือปรับรูปทรงปากให้ดูสมส่วน แต่หลังจากฉีดฟิลเลอร์ หลายคนอาจสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? มาดูกันครับ

ระยะเวลาการบวมและการเข้าที่ หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
โดยปกติ อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากจะเกิดขึ้นในช่วง 5 วันแรก เพราะบริเวณปากมีเนื้อเยื่อบางและไวต่อการฉีด แต่อาการบวมนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลครับ เพราะจะค่อย ๆ ยุบลงเองตามธรรมชาติ จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด ฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ ปากเป็นทรงสวยดูเป็นธรรมชาติครับ
ส่วนใครที่มีข้อสังสัยว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ บวมกี่วัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน ? เผยวิธีดูแลตัวเองให้หายเร็ว เข้าใจอาการ หมดกังวลภายหลัง
สาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วปากบวม
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิวของแต่ละคน เทคนิคการฉีด และการเลือกใช้ฟิลเลอร์ โดยมีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมหลัก ๆ ได้แก่
- การลงเข็มฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ต้องใช้เข็มในการนำฟิลเลอร์เข้าสู่ใต้ผิว ทำให้ปากที่ผิวมีความบอบบาง เกิดอาการบวมขึ้นเล็กน้อยจากเข็ม ซึ่งอาจจะมีรอยเขียวช้ำร่วมด้วยครับ

- คุณสมบัติของฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ปากมีส่วนประกอบหลักเป็นไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี ทำให้รู้สึกว่าบริเวณที่ฉีดดูบวมขึ้น โดยอาการบวมเหล่านี้จะยุบลงได้เองครับ

ลักษณะอาการฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วบวม

ลักษณะอาการหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วบวม คือ ปากจะมีอาการบวมเล็กน้อย รู้สึกตึง ๆ หรือมีรอยแดงจากรอยเข็ม โดยอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ในช่วง 3-4 วันแรก แล้วจะค่อย ๆ หายไปได้เองครับ
ทั้งนี้ หากพบว่าอาการบวมมีลักษณะผิดปกติ ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมมาก ไม่ยุบ แต่กลับบวมรุนแรงขึ้น หรือฉีดฟิลเลอร์ปากบวมไม่เท่ากัน อาจเป็นสัญญาณของผลข้างเคียงอันตรายหลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาทันที
ฉีดปากแล้วบวม แบบไหนอันตราย ควรพบแพทย์ ?
แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากจะมีอาการบวมเล็กน้อยเป็นปกติ แต่หากพบว่า ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน แล้วยังไม่ยุบ และมีลักษณะผิดปกติ เช่น

- บวมจากการอักเสบหรือติดเชื้อ : สังเกตได้จากหลังฉีดปากบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิดปกติ ปากมีสีแดงหรือคล้ำ รู้สึกว่าผิวร้อน เจ็บเมื่อสัมผัส และอาจมีหนอง เนื่องจากอาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ปากกับหมอกระเป๋า ภายในคลินิกไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์หิ้ว กรณีนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
- บวมแบบเป็นก้อน ผิวไม่เรียบเนียน : มีลักษณะบวมนูนหรือเป็นก้อน แต่ไม่มีอาการปวดหรืออักเสบ สาเหตุอาจมาจากใช้ยี่ห้อ/รุ่นฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณปาก ใช้จำนวน cc มากเกินไป หรือใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง เช่น ฉีดตื้นเกินไป
หากสังเกตแล้วพบว่ามีอาการบวมลักษณะนี้ สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อแก้ไขด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ แต่จะทำได้ในกรณีนี้ที่ใช้ฟิลเลอร์แท้ประเภทไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เท่านั้นนะครับ
คำแนะนำ : เพื่อป้องกันไม่ให้หลังฉีดฟิลเลอร์ปากบวมมาก หรือฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และปลอดภัยครับ
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
หลังฉีดฟิลเลอร์อาจพบอาการบวมได้เป็นเรื่องปกติ สำหรับหลายคนที่ถามว่า ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันหายบวม ? การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมตามวิธีลดบวมหลังฉีดปากจะช่วยให้อาการบวมยุบไว ฟิลเลอร์เข้าที่ได้เร็วขึ้น ดังนี้

ดื่มน้ำมาก ๆ
การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตรต่อวัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ปาก ทำให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำฟูขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
ดื่มน้ำผักและสมุนไพร
น้ำผักและสมุนไพร เช่น น้ำใบบัวบก น้ำฟักทอง หรือ น้ำมะพร้าว มีคุณสมบัติลดการอักเสบและช่วยลดบวมได้ดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
นอนหมอนสูง
การนอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับอก ช่วยลดการไหลเวียนเลือดมายังใบหน้าและลดอาการบวมได้ แนะนำให้นอนหงาย ใช้หมอนหนุน 2 ใบ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 คืนแรก
หลีกเลี่ยงความร้อน
เพื่อป้องกันไม่ให้อาการบวมเพิ่มขึ้นและฟิลเลอร์สลายเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น การซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วง 14 วันแรกหลังฉีด
อาหารที่ควรเลี่ยงเพื่อลดอาการบวมหลังฉีดปาก
เพื่อให้ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาดีที่สุด และลดปากบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ คำถามที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันเข้าที่ ยังขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารด้วย โดยควรหลีกเลี่ยงอาหาร ดังนี้

- หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด
ในช่วง 3 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัด เช่น ซุป กาแฟ ชา เพราะความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า ไวน์ เบียร์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง หรือหากทำได้ควรงดประมาณ 14 วัน เพราะแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้เลือดสูบฉีด หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เกิดอาการแดง บวม หรือปวดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ยังเสี่ยงต่อการเผลอนวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีดโดยไม่ตั้งใจ
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบและอาหารหมักดอง
อาหารดิบ เช่น ซาชิมิ หรืออาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า ผักดอง อาจมีพยาธิหรือเชื้อโรคที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงการปนเปื้อนจากกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาด ทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของรอยเข็มหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
อาหารที่เค็มจัดหรือเผ็ดจัด จะทำให้ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำได้ง่าย ส่วนอาหารหวานจัดจะกระตุ้นการอักเสบของผิว ทำให้แผลหายช้าลง ควรเลี่ยงอาหารประเภทนี้ในช่วง 3-7 วันแรกหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงอาหารเหนียวหรือแข็ง
อาหารที่ต้องเคี้ยวหรือกัดแรง เช่น เนื้อชิ้นใหญ่ ขนมปังแข็ง ถั่วเปลือกแข็ง อาจทำให้ฟิลเลอร์ปากเคลื่อนตัวหรือเกิดการกดทับบริเวณที่ฉีดได้
นอกจากอาหารแล้ว ห้ามทำอะไรอีกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ?

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก การดูแลตัวเองนอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารและปฏิบัติตามวิธีลดอาการบวม หลายคนอาจยังสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ต้องดูแลตัวเองเพิ่มเติมด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอะไรบ้าง มาดูกันครับ
- งดการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีด ควรหลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด หรือพยายามปั้นทรงปากด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่และเสียรูปทรง
- งดการใช้หลอดดูดน้ำและสูบบุหรี่ ในช่วง 12 ชั่วโมงแรก ควรงดการใช้หลอดดูดน้ำและงดสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้เกิดแรงดึงที่บริเวณปาก ซึ่งส่งผลต่อการเข้าที่ของฟิลเลอร์
- งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกับปาก เช่น การจูบ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้ปากเสียรูปทรงในช่วง 2-3 วันแรก
- งดการดึงหรือทำลายผิวริมฝีปาก ไม่ควรดึงหรือแกะหนังริมฝีปาก เพราะจะลดความชุ่มชื้นและทำให้ผิวริมฝีปากแห้งเร็วขึ้น
การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาดีและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวครับ
แนวทางเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ เพื่อลดอาการปากบวม

หากกำลังตัดสินใจว่าจะ ฉีดปากที่ไหนดี การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน จะลดลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ และฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยแนวทางในการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปากที่แนะนำ มีดังนี้
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่เปิดอย่างถูกต้อง ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และแสดงเลขที่ใบอนุญาตจำนวน 11 หลักให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่สามารถตรวจสอบแพทย์ผู้ทำหัตถการได้ แพทย์ที่ประจำคลินิกควรมีใบประกอบวิชาชีพ สามารถตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ได้จากเว็บไซต์ของแพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th/) และควรมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน จากบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง รวมถึงก่อนฉีดแพทย์ควรแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ แต่ถ้าหากยังไม่รู้ว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี แนะนำปรึกษากับแพทย์ก่อนฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ที่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอผลงาน รีวิวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่มีการนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส และมีช่องทางติดต่อสะดวก เผื่อในกรณีที่ต้องการคำปรึกษาหรือแก้ไขเพิ่มเติมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
สรุปเรื่องฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน ? กี่วันเข้าที่ ?
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน โดยทั่วไป อาการบวมจะลดลงใน 4-5 วัน และฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ใน 1-2 สัปดาห์ การดูแลตัวเองในช่วงแรกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการกด บีบ หรือนวดแรง ๆ และระวังการรับประทานอาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ ทำให้อาการบวมยุบช้าลงครับ