
ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? สรุปจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ พร้อมวิธีเลือกให้ได้ทรงปากที่ต้องการ

ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? คือคำถามที่หลายคนที่สนใจการฉีดฟิลเลอร์ปากต้องการคำตอบ เนื่องจากในตลาดปัจจุบันมีฟิลเลอร์ปากหลากหลายยี่ห้อ ที่แต่ละแบรนด์มีคุณสมบัติและสูตรเฉพาะตัว แตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้ในการผลิต
ในบทความนี้ Gangdara จะพามาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ปากที่มีชื่อเสียงในตลาดว่า ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? และแนะนำรายละเอียดว่าฟิลเลอร์ปากแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันอย่างไร ? ราคาเท่าไหร่ ? พร้อมคำแนะนำวิธีการเลือกใช้ที่เหมาะกับแต่ละคนค่ะ
คลิกอ่านหัวข้อ ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ? ทำไมต้องเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ให้เหมาะสม ?

ฟิลเลอร์ปาก คือ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม ปรับรูปทรงให้ได้สัดส่วน แก้ปัญหาริมฝีปากบาง ปากไม่เท่ากัน ปากคว่ำ และช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หลังฉีดสามารถสลายเองได้ ไม่มีสารตกค้าง และได้รับความนิยมอย่างมากในคลินิกเสริมความงาม
แต่ก่อนจะเลือกฉีดปาก ยี่ห้อไหนดี ต้องเข้าใจก่อนว่า Hyaluronic Acid (HA) ถูกพัฒนาโดยหลายแบรนด์ ดังนั้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการและปัญหาปากของแต่ละคนค่ะ
ฟิลเลอร์ปากแต่ละยี่ห้อ ต่างกันอย่างไร ?
ก่อนจะเลือก ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? ไม่ควรตัดสินใจแค่จากราคาหรือจากรีวิวเพียงอย่างเดียว ยังต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่ใช้ เพราะฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีเนื้อสัมผัส ความยืดหยุ่น ระยะเวลาอยู่ได้นาน และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับตัวเอง มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อะไรที่ทำให้ฟิลเลอร์ปากแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันค่ะ
1. มาตรฐานและความปลอดภัย
ฟิลเลอร์ที่ดีต้องผลิตจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสามารถสลายเองได้ ไม่มีสารตกค้าง และต้องผ่านการรับรองจาก อย. รวมถึงมาตรฐานระดับสากล เช่น FDA หรือ CE Mark เพื่อความปลอดภัย
2. คุณสมบัติของฟิลเลอร์
ริมฝีปากเป็นจุดที่มีการขยับบ่อย ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมต้อง มีความยืดหยุ่นสูง คงตัวดี และกระจายตัวได้สม่ำเสมอ เพื่อให้ปากดูเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน
3. ความเหมาะสมกับความต้องการ

- หากต้องการปากสายฝอ อวบอิ่ม ชัดเจน → เลือกฟิลเลอร์เนื้อแน่น เช่น Juvederm Ultra Plus, Juvederm Voluma, Belotero Volume, Restylane Kysse
- หากต้องการปากดูเป็นธรรมชาติ → เลือกฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เช่น Restylane Refyne, Juvederm Volift, Restylane Refyne
- หากต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ปาก → เลือกฟิลเลอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น Juvederm Volite, Restylane Vital Light, Belotero Revive
4. ความคงทนของผลลัพธ์
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีระยะเวลาอยู่ได้นานต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะอยู่ได้นาน 6-18 เดือน ฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานช่วยลดความถี่ในการฉีดซ้ำ เช่น Juvederm Voluma, Restylane Volyme, Belotero Volume
5. ราคา
ราคาฟิลเลอร์แตกต่างกันตาม คุณภาพ ปริมาณ ตำแหน่งที่ฉีด และแพทย์ผู้ทำหัตถการ ควรเลือกฟิลเลอร์ที่ ผ่าน อย. และมีราคาสมเหตุสมผล หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ราคาถูกเกินไป เพราะอาจเป็นของปลอมและเสี่ยงอันตราย
ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำ 5 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก
ฟิลเลอร์ปาก เป็นตัวช่วยยอดนิยมสำหรับการเติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มและเป็นธรรมชาติ แต่ก่อนเลือก Filler ปาก ยี่ห้อไหนดี ? Gangdara จะพาไปรู้จัก 5 แบรนด์ฟิลเลอร์ระดับโลก ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีในการฉีดฟิลเลอร์ปากค่ะ
ฟิลเลอร์ปาก Juvederm (อเมริกา)
Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัท Allergan ใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์เรียบเนียนและยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการฉีดริมฝีปากเพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม ซึ่งรุ่นที่แนะนำสำหรับฟิลเลอร์ปาก ได้แก่

- Juvederm Ultra Plus : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม และฟูมาก เหมาะกับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง อยู่ได้นาน 12 เดือน

- Juvederm Voluma : ฟิลเลอร์เนื้อทน ฟูปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่มและอยู่ได้นาน 18 เดือน

- Juvederm Volift : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียด และยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนและเหมาะฉีดร่องมุมปากที่ไม่ลึกมาก อยู่ได้นาน 12 เดือน

- Juvederm Volite : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวปากชุ่มชื้น อวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ปาก Restylane (สวีเดน)
Restylane เป็นฟิลเลอร์จากสวีเดน ผลิตโดยบริษัท Galderma ใช้เทคโนโลยี NASHA และ OBT ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและคงตัว เหมาะสำหรับการปรับรูปทรงริมฝีปาก รุ่นที่แนะนำสำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก ได้แก่

- Restylane Vital Light : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้ง โดยไม่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

- Restylane Volyme : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำ ดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน เหมาะฉีดมุมปาก อยู่ได้นาน 18 เดือน

- Restylane Refyne : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เนื้อเจลมีลักษณะยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มให้ปากอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12 เดือน

- Restylane Kysse : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัว ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ สร้างขอบริมฝีปากได้ชัดเจน ให้ความชุ่มชื้นและความอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 12 เดือน
ฟิลเลอร์ปาก Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
Belotero เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetics ใช้เทคโนโลยี CPM ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและคงตัว เหมาะสำหรับการฉีดริมฝีปากเพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม รุ่นที่แนะนำ ได้แก่

- Belotero Volume : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม อยู่ทรง ช่วยเพิ่ม volume ให้ปากได้ดี เหมาะสำหรับทรงปากสายฝอ อยู่ได้นาน 18 เดือน

- Belotero Revive : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
ฟิลเลอร์ปาก Definisse (อิตาลี)
Definisse เป็นฟิลเลอร์จากอิตาลี ผลิตโดยบริษัท Relife ใช้เทคโนโลยี XTR ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีโครงสร้างโมเลกุลแบบร่างแห ช่วยยกพยุงผิวและปรับรูปหน้า รุ่นที่แนะนำสำหรับริมฝีปาก ได้แก่

- Definisse Touch : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เหมาะกับผู้ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้ง เพิ่มวอลลุ่มให้ปากอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ปาก Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์)
Teoxane เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตโดยบริษัท Teoxane Laboratories ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี Preserved Network หรือ PNT ซึ่งช่วยให้เนื้อสัมผัสเป็นธรรมชาติ ปรับตัวเข้ากับการขยับของริมฝีปากได้ดี รุ่นที่แนะนำ ได้แก่

- Teoxane RHA2 : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ค่อนข้างยืดหยุ่น ทนต่อแรงขยับได้ดี ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 18 เดือน

- Teoxane RHA3 : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม แต่ค่อนข้างแน่น ทนต่อแรงขยับได้ดี สามารถเติมเต็มริมฝีปาก สร้างขอบปากคมชัด อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
ราคาฟิลเลอร์ปาก แต่ละยี่ห้อ
ราคาการฉีดฟิลเลอร์ปากจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น รวมถึงเทคนิคพิเศษที่ใช้ ดังนี้ค่ะ
Juvederm
- Juvederm Ultra Plus ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Juvederm Voluma ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Juvederm Volift ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Juvederm Volite ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
Restylane
- Restylane Vital Light ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Restylane Volyme ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Restylane Refyne ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Restylane Kysse ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
Belotero
- Belotero Volume ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
- Belotero Revive ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
Definisse
- Definisse Touch ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
Teoxane
- Teoxane RHA2 ราคาเริ่มต้น 16,000 / ปริมาณ 1CC
- Teoxane RHA3 ราคาเริ่มต้น 14,900 / ปริมาณ 1CC
สรุปฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดีคือคำตอบ
ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี ? คำตอบขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปทรงปากของแต่ละคน เพราะฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น Juvederm ให้ผลลัพธ์ที่ดูเนียนเป็นธรรมชาติ Restylane เหมาะกับการปรับทรงให้คมชัด Belotero และ Teoxane ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินรูปปากและเลือกฟิลเลอร์ ยี่ห้อ/รุ่นที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ริมฝีปากที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยค่ะ