
ลดหน้ามันถาวร ทำอย่างไร ? แชร์ 7 เทคนิคปรับสมดุลผิว ช่วยคุมมันระยะยาว
ลดหน้ามันถาวร
ลดหน้ามันถาวร ควบคุมความมันบนผิวหน้าได้จริงหรือ ? หลายคนพยายามหาวิธีแก้ปัญหาผิวมัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระดาษซับมัน ล้างหน้าบ่อย ๆ ก็ยังไม่เห็นผลในระยะยาว
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหานี้ Gangdara จะมาแชร์ 7 วิธีลดหน้ามันถาวร ไม่ต้องกังวลกับความมันส่วนเกิน พร้อมช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ดูสุขภาพดีและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
คลิกอ่านหัวข้อ ลดหน้ามันถาวร
สาเหตุของหน้ามัน ทำไมผิวผลิตน้ำมันเยอะกว่าปกติ ?
ผิวมันเกิดจากการทำงานของ ต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) ที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป โดยมีปัจจัยกระตุ้น เช่น
- พันธุกรรม : หากพ่อแม่เป็นคนผิวมัน ลูกก็มีแนวโน้มจะมีผิวมันเช่นกัน
- ฮอร์โมนแปรปรวน : ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น
- การล้างหน้าบ่อยเกินไป : ผิวขาดความชุ่มชื้นจนต้องผลิตน้ำมันมาทดแทน
- การใช้สกินแคร์ผิดประเภท : เช่น การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันสูง อาจทำให้หน้ามันขึ้น
- อาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูง : กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น
ดังนั้นหากต้องการลดหน้ามันถาวร ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อปรับสมดุลการผลิตน้ำมันของผิวให้เหมาะสมค่ะ
7 วิธีลดหน้ามันถาวร ปรับผิวให้สมดุล
1. เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรควบคุมความมัน
โฟมล้างหน้า เป็นไอเทมสำคัญสำหรับคนที่มีผิวมัน เพราะช่วยขจัดความมันส่วนเกิน ลดการอุดตันของรูขุมขน และป้องกันการเกิดสิว แต่การเลือกโฟมล้างหน้าผิดประเภท อาจทำให้ผิวมันมากขึ้นได้ค่ะ

ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรควบคุมความมัน ที่มี Salicylic Acid หรือ Niacinamide ช่วยลดการผลิตน้ำมันและลดการอุดตันของรูขุมขน สามารถเลือกโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์และ SLS เพื่อลดการระคายเคืองและป้องกันผิวแห้งจนผลิตน้ำมันมากขึ้นค่ะ
2. เลือกใช้สกินแคร์ที่ช่วยคุมมัน ไม่อุดตันผิว
การใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับผิวมัน ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และป้องกันรูขุมขนอุดตัน ช่วยลดความมันถาวรได้ค่ะ โดยสามารถเลือกได้ดังนี้
- มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา สูตร Oil-Free : เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นโดยไม่กระตุ้นการผลิตน้ำมันเพิ่ม
- เซรั่มที่มี Niacinamide : ช่วยลดการผลิตน้ำมัน และทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น
- ครีมกันแดดสูตร Non-Comedogenic หรือสูตรคุมมันโดยเฉพาะ : เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันและลดการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป

3. ปรับพฤติกรรมการกิน ช่วยลดหน้ามันถาวรจากภายใน
การปรับอาหารเป็นวิธีลดหน้ามันถาวรค่ะ เพราะอาหารที่กินมีผลโดยตรงต่อการทำงานของต่อมไขมัน หากกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ของทอด อาหารแปรรูป และขนมหวาน จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้ผิวหน้ามันเยิ้มและเกิดสิวได้ง่าย

หากต้องการควบคุมความมัน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และกรดไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน อะโวคาโด และถั่ว ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษ และรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว ส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้น มันน้อยลง และดูสุขภาพดีจากภายใน
4. ฉีดเมโสหน้าใส ปรับสมดุลผิว ลดหน้ามันถาวร
การฉีดเมโสหน้าใส เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดหน้ามันถาวร และปรับสมดุลผิวให้ดีขึ้น โดยการฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ ลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ลดหน้ามันถาวร พร้อมช่วยแก้ปัญหาผิวอื่น ๆ ควบคู่กันไป

เมโสหน้าใสมีหลายสูตรให้เลือกตามปัญหาผิว
- Tensonez : เน้นผิวขาวใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ
- Neo-Glutanex Glow : ช่วยลดริ้วรอย กระ รอยสิว ผิวแห้งกร้าน
- Filorga : บำรุงผิวล้ำลึก ให้ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ
- Revs : เติมความชุ่มชื้นให้ผิว อิ่มน้ำ และเพิ่มความกระจ่างใส
- Alpha Arbutin : สูตรเข้มข้น ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำโดยตรง
5. ฉีดมาเด้คอลลาเจน (Made Collagen)
มาเด้คอลลาเจน เป็นการฉีดตัวยาสูตรเฉพาะที่ช่วย ดีท็อกซ์สารพิษออกจากผิว ลดการอักเสบของผิว และปรับสมดุลการผลิตน้ำมัน ทำให้ผิวมันลดลง ลดการอุดตันของรูขุมขน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดการเกิดสิว อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและผลิตน้ำมันลดลง

การฉีดมาเด้คอลลาเจน สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดค่ะว่าผิวมีความชุ่มชื้น หน้ามันน้อยลง ผิวดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และฉีดติดต่อกัน 5 ครั้งขึ้นไป จะช่วยคงผลลัพธ์ผิวสุขภาพดีไว้อย่างต่อเนื่องค่ะ
6. ฉีดโบท็อกลดหน้ามัน
การฉีด Botox ช่วยลดหน้ามันได้ค่ะ เป็นการฉีดโบท็อกรูขุมขนหรือที่รู้จักกันในโบท็อกหน้าใส โดยหมอจะฉีดโบท็อกเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณต่อมไขมัน ทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ส่งผลให้ผิวหน้ามันลดลง รูขุมขนกระชับ และผิวหน้าเรียบเนียนขึ้นค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามันมาก หรือมีปัญหารูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone (หน้าผาก จมูก คาง) และแก้ม

หลังฉีดโบท็อกซ์ลดหน้ามัน จะเริ่มเห็นผลใน 2-3 วัน และคงอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีด วิธีนี้ช่วยลดความมันบนใบหน้าโดยไม่ทำให้ผิวแห้งหรือสูญเสียความชุ่มชื้น หากต้องการลดหน้ามันถาวร สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามการพิจารณาของแพทย์ค่ะ
7. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์งานผิว Belotero Revive
Belotero Revive เป็น ฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่ผสมผสาน Hyaluronic Acid (HA) และ Glycerol เข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับรูขุมขน ช่วยให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง ส่งผลให้ผิวมันน้อยลงและดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว
คลิกอ่านเพิ่มเติม : จบปัญหาผิวด้วยฟิลเลอร์ ! ฟิลเลอร์คืออะไร ? ทำตรงไหนได้บ้าง ?

หลังฉีด Belotero Revive ผิวมีความชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้รูขุมขนเล็กลง และลดความมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองของแต่ละคนค่ะ
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการลดหน้ามันถาวร
หากต้องการลดหน้ามันถาวร ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น พฤติกรรมบางอย่างอาจดูเหมือนช่วยลดความมัน แต่จริง ๆ แล้วกลับทำให้ผิวยิ่งมันกว่าเดิม การหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผิวค่อย ๆ ปรับสมดุล และลดความมันส่วนเกินได้ในระยะยาวค่ะ
- ล้างหน้าบ่อยเกินไป : การล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน อาจทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อชดเชย
- ใช้กระดาษมันบ่อยเกินไป : แม้ว่าจะช่วยซับความมันส่วนเกินได้ทันที หากใช้บ่อยเกินไป อาจกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม แนะนำว่าระหว่างวันไม่ควรซับหน้าเกิน 1-2 ครั้งค่ะ
- ไม่ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะคิดว่าผิวมันอยู่แล้ว : ผิวมันอาจเกิดจากผิวขาดน้ำ เมื่อไม่ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ผิวจะพยายามผลิตน้ำมันออกมาชดเชย ทำให้หน้ามันมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ
- ใช้รองพื้นหรือแป้งที่มีส่วนผสมของน้ำมันและซิลิโคน : อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันจนทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้น
- กินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงมากเกินไป : อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม และของทอด จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น
- ไม่ใช้ครีมกันแดด หรือเลือกสูตรที่ไม่เหมาะสม : แสงแดดทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ควรเลือกครีมกันแดดสูตร Oil-Free เพื่อช่วยควบคุมความมัน
- ความเครียดและการนอนดึกเป็นประจำ : ความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น รวมถึงการนอนน้อยก็อาจทำให้ผิวฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่
หากสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดหน้ามันถาวร และทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว
สรุปลดหน้ามันถาวรทำได้ไหม ?
การลดหน้ามันถาวร สามารถทำได้หากแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น ปรับพฤติกรรมการล้างหน้า เลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม ควบคุมอาหาร และทำหัตถการทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผิวมันลดลง และคงความสมดุลในระยะยาวค่ะ
สำคัญที่สุด คือ การดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง เพียงเท่านี้ก็สามารถ ลดหน้ามันถาวร และมีผิวใสไร้ความมันได้แล้วค่ะ