
หน้ามัน เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุและวิธีแก้หน้ามัน รูขุมขนกว้าง ให้ผิวเรียบเนียน ไม่มันเยิ้ม
ผิวหน้ามัน
หน้ามัน เป็นปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญ ทำให้แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูหมองคล้ำ และเป็นต้นเหตุของสิวอุดตัน สิวอักเสบ หลายคนจึงพยายามหาทางแก้หน้ามัน บทความนี้ Gangdara จะพาไปทำความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาผิวหน้ามัน สาเหตุหน้ามัน พร้อมวิธีดูแลรักษาและลดหน้ามัน ทั้งวิธีธรรมชาติและหัตถการความงามยอดฮิต
คลิกอ่านหัวข้อ หน้ามัน
ทำความรู้จักปัญหาผิวหน้ามัน

หน้ามัน เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผิวหน้าที่มีความมันมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ และรูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ความมันหน้าสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้หน้ามันรูขุมขนกว้างแต่งหน้าไม่ติดทน
ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความมันหน้าจะช่วยให้สามารถดูแลและลดความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
หน้ามันเกิดจากอะไร ?

หน้ามันเกิดจากหลายปัจจัยครับ โดยบางคนอาจมีปัญหานี้ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ขณะที่บางคนอาจเริ่มมีหน้ามันมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ ผิวหน้ามัน มีดังนี้
- พันธุกรรม : หากพ่อแม่มีผิวหน้ามัน โอกาสที่จะลูกจะมีหน้ามันมาก ก็สูงขึ้น เพราะลักษณะของต่อมไขมันที่ทำงานมากเกินไป สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม
- ฮอร์โมน : การเปลี่ยนแปลงของ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) มีผลต่อการผลิตน้ำมันบนผิว โดยเฉพาะช่วงที่เป็นวัยรุ่น มีการตั้งครรภ์ เป็นประจำเดือน และมีความเครียด มีผลให้ หน้ามันง่าย มากขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์ผิดประเภท : การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรืออุดตันรูขุมขน ทำให้ หน้ามัน รูขุมขนกว้าง หรือการล้างหน้าด้วยสบู่ที่รุนแรง ทำให้ผิวแห้งเกินไปและร่างกายต้องผลิตน้ำมันออกมาชดเชย
- อาหารที่รับประทาน : หากบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง, อาหารทอด และน้ำตาลสูง มีผลทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนมากเกินไป ก็ทำให้ผิวขาดน้ำ และ ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ครับ
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียด : เมื่อร่างกายเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น และการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลให้ หน้ามันง่าย และเกิดสิวได้ง่ายครับ
วิธีแก้หน้ามันแบบธรรมชาติ ทำได้อย่างไร ?
การลดหน้ามัน ด้วยวิธีลดหน้ามันธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและช่วยให้ผิวปรับสมดุลน้ำมันบนใบหน้า โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
ล้างหน้าลดหน้ามัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มี Salicylic Acid หรือ Tea Tree Oil ที่ช่วยลดความมันและป้องกันสิว หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีสารซัลเฟต เพราะอาจทำให้ผิวแห้งเกินไป นอกจากนี้ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งจนต้องผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น
ใช้โทนเนอร์ลดหน้ามัน กระชับรูขุมขน

การใช้โทนเนอร์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ควรเลือกโทนเนอร์ที่มี Witch Hazel หรือ Niacinamide ซึ่งช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันบนใบหน้า หลีกเลี่ยงการใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น
พอกหน้าลดหน้ามัน ด้วยสูตรธรรมชาติ

การพอกหน้าด้วยสูตรธรรมชาติก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดหน้ามันได้ดี เช่น พอกดินสอพองผสมน้ำมะนาว เพื่อช่วยดูดซับความมัน หรือ พอกโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง ซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้น
ปรับพฤติกรรมการกิน ลดหน้ามัน

อาหารเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหน้ามัน เพราะส่งผลต่อความมันของใบหน้า ทำให้หน้ามันง่าย ควรลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และของทอด เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ควรเน้นทานอาหารที่มีวิตามิน A และ C เช่น แครอท มะเขือเทศ และผักใบเขียว ซึ่งช่วยควบคุมความมันและทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น
วิธีลดหน้ามันรูขุมขนกว้าง ด้วยหัตถการความงาม
สำหรับคนที่มีหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ที่แก้ไขด้วยการใช้สกินแคร์หรือดูแลด้วยตัวเองแล้วยังไม่เห็นผลต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน การใช้หัตถการทางการความงาม สามารถช่วยรักษาหน้ามันได้อย่างตรงจุด เห็นผลชัดเจนขึ้น โดยมีหัตถการที่ได้รับความนิยมดังนี้ครับ
ฉีดโบท็อกกระชับรูขุมขน ลดหน้ามัน
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้ว โบท็อกไม่เพียงแต่ใช้ลดริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยลดหน้ามันได้ โดยแพทย์จะฉีดโบท็อก ลงไปในชั้นผิวเพื่อช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้การผลิตน้ำมันลดลง ส่งผลให้ผิวหน้ามันน้อยลงและรูขุมขนกระชับขึ้น

ข้อดีของการฉีดโบท็อก รักษาหน้ามัน
- ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินจากต่อมไขมัน
- ช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้น
- กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน
- เห็นผลลัพธ์ภายใน 3-7 วัน และคงอยู่ได้นาน 3-4 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ผิว เติมความชุ่มชื้น ควบคุมหน้ามัน
การฉีดฟิลเลอร์ลดหน้ามัน เป็นการฉีดฟิลเลอร์งานผิว Belotero Revive ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) และกลีเซอรอล ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดปัญหาหน้ามัน และทำให้ผิวดูฉ่ำวาวสุขภาพดี

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ รักษาหน้ามัน
- ฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ลดความมัน
- ช่วยให้ผิวดูโกลว์ กระจ่างใสขึ้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยลดหน้ามัน
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) เป็นการฉีดสารบำรุงผิว เช่น คอลลาเจน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้หน้ามันลดลง รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวหน้าดูเรียบเนียนและกระจ่างใส ซึ่งมีสูตรเมโสให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ ตามความแตกต่างของปัญหาผิวแต่ละคน สามารถปรึกษากับแพทย์ได้ก่อนฉีด

ข้อดีของการฉีดเมโสหน้าใส รักษาหน้ามัน
- เห็นผลเร็วใน 1 สัปดาห์
- ไม่มีเวลาพักฟื้น
- ช่วยลดหน้ามัน กระชับรูขุมขน
ฉีด Rejuran กระชับรูขุมขน ลดหน้ามัน
การฉีด Rejuran รักษาหน้ามัน เป็นการฉีดสาร Polynucleotide (PN) ซึ่งสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ถึง 98% สามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่เสียหาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยลดผิวหน้ามัน

ข้อดีของการฉีด Rejuran รักษาหน้ามัน
- กระชับรูขุมขน ลดหน้ามันอย่างมีประสิทธิภาพ
- ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ลดการอักเสบของสิว
- ผิวชุ่มชื้น ดูโกลว์ ฉ่ำวาว
- เห็นผลใน 3-5 วันหลังฉีด
ฉีดวิตามินผิว ฟื้นฟูร่างกายจากภายใน ลดหน้ามัน
ฉีดวิตามินผิว เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูผิว ลดความมัน และปรับสมดุลให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น

ข้อดีของการฉีดวิตามินผิว รักษาหน้ามัน
- ช่วยปรับสมดุลผิว ลดความมัน
- ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน
- เห็นผลได้ไว สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง
ทำ Thermage ยกกระชับผิว ลดหน้ามัน
Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RF) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ลดหน้ามัน และปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น

ข้อดีของ Thermage รักษาหน้ามัน
- กระชับรูขุมขน ลดการผลิตน้ำมันบนผิว
- เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และหน้ามัน
- เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
ลดหน้ามันถาวร ทำได้จริงไหม ?

การลดหน้ามันถาวร จำเป็นต้องอาศัยการดูแลผิวที่เหมาะสมร่วมกับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียว แต่หากเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องก็สามารถช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีขึ้น โดยวิธีที่จะช่วยลดหน้ามันถาวร ได้แก่
- ดูแลสุขภาพและลดความเครียด – นอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะฮอร์โมนที่สมดุลจะช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าได้ดีขึ้น
- ใช้สกินแคร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวมัน – เช่น ครีมบำรุงที่มี Niacinamide และ Salicylic Acid ซึ่งช่วยลดความมันและป้องกันการเกิดสิว รวมถึงหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน
- ทำหัตถการที่ช่วยลดหน้ามันเป็นประจำ – เช่น ควรทำหัตถการเป็นประจำ เช่น ฉีดเมโสหน้าใส, มาเด้ คอลลาเจน, Rejuran, โบท็อก, เติมฟิลเลอร์ หรือ ทำ Thermage ซึ่งช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
สรุป วิธีแก้หน้ามันให้ผิวดูสุขภาพดี
ปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง เกิดได้จากหลายปัจจัย แต่เป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้หากดูแลผิวอย่างถูกต้อง การใช้วิธีธรรมชาติร่วมกับหัตถการความงาม จะช่วยให้ผิวหน้ามันน้อยลงและดูสุขภาพดีขึ้น หากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นผลอย่างชัดเจน การเลือกทำหัตถการจากคลินิกอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดหน้ามันถาวรและทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้นครับ