ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงมีคำถามนี้วนอยู่ในหัวใช่ไหมคะ ? เวลาส่องกระจกแล้วเจอปัญหาใต้ตาดูโทรม ตาลึก หรือนอนน้อยจนทำให้หน้าดูเหนื่อยล้าไม่สดใสจนสกินแคร์เอาไม่อยู่ บอกเลยว่าการฉีดใต้ตาด้วยฟิลเลอร์เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการเติมเต็มและคืนความสดใสให้ใบหน้าค่ะ
บทความนี้ Gangdara จะพาไปเจาะลึกว่ามียี่ห้อ Filler ใต้ตาอะไรบ้าง ? รุ่นไหนเหมาะกับคุณ ? และข้อแตกต่างของแต่ละยี่ห้อเป็นอย่างไร ? มาดูกันเลยค่ะ
คลิกอ่านหัวข้อ ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี
ยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์ใต้ตา มียี่ห้ออะไรบ้าง ? บอกเลยว่ามีหลายยี่ห้อให้เลือกค่ะ Gangdara ได้รวบรวมรายชื่อยี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยมที่ใช้กันในคลินิกเสริมความงามมาฝากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จากฝั่งยุโรป อเมริกา ที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือแบรนด์จากเกาหลีที่โดดเด่นเรื่องราคาย่อมเยาจับต้องได้
- Juvederm (อเมริกา)
- Restylane (สวีเดน)
- Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
- Definisse (อิตาลี)
- Flore (เกาหลี)
- Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์)
- Neuramis (เกาหลี)
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร ? ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างไร ?
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร ?
สำหรับคำถามที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? ต้องขอบอกก่อนค่ะว่า ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันผลิตมาจากไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เหมือนกัน ถึงอย่างนั้นแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรุ่น เทคโนโลยีการผลิต เนื้อเจล และระยะเวลาของผลลัพธ์ ใครอยากรู้ว่ามียี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ!
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Juvederm

Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัท Allergan ใช้เทคโนโลยีการผลิตลิขสิทธิ์เฉพาะ Hylacross Technology และ Vycross Technology ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์เรียบเนียน ยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี และมี Crosslink ช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานและสลายช้าลง ซึ่งมี 3 รุ่นที่ตอบโจทย์การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดังนี้ค่ะ
- Juvederm Voluma : ฟิลเลอร์เนื้อทน ฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นลึก ช่วยเติมเต็มและปรับโครงสร้าง อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Juvederm Volite : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบาง อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
- Juvederm Volux : ฟิลเลอร์เนื้อทน ยืนหยุ่นและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก เพิ่มมิติให้ใบหน้า อยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Restylane
Restylane เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกจากบริษัท Galderma ประเทศสวีเดน ผลิตด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ NASHA Technology และ OBT Technology ที่ช่วยให้โมเลกุลฟิลเลอร์มีความหลากหลาย ยืดหยุ่นสูง และตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะจุด โดยรุ่นฟิลเลอร์สำหรับฉีดใต้ตาที่แนะนำ ได้แก่
- Restylane Defyne : ฟิลเลอร์เนื้อทน แน่นปานกลาง มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดี อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Restylane Vital Light : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้นและเก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็กๆ ให้ผิวดูเรียบเนียน อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
- Restylane Vital : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดใต้ตาชั้นตื้น ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Perlane Lyft : ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ไม่ฟู และสามารถคงรูปได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นลึก อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Classic : ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ใช้สำหรับเก็บรายละเอียดใต้ตาชั้นลึกในผู้ที่มีผิวบาง ให้ผลลัพธ์เรียบเนียน อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Belotero

Belotero เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตด้วย CPM Technology ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและคงตัวของฟิลเลอร์ สามารถใช้ฉีดแก้ปัญหาใต้ตาจากการทรุดตัวของกระดูก หรือฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้สมส่วนและดูอ่อนเยาว์ รุ่นฟิลเลอร์ที่แนะนำสำหรับฉีดใต้ตามีดังนี้ค่ะ
- Belotero Volume : ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ฟูปานกลาง ยืดหยุ่นและคงตัวสูง เหมาะสำหรับฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Belotero Revive : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ มีส่วนผสมของกลีเซอรอล ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
- Belotero Soft : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เรียบเนียนไปกับผิว เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Definisse
Definisse เป็นฟิลเลอร์คุณภาพจากประเทศอิตาลี โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิต XTR™ Technology (eXcellent Three-Dimensional Reticulation) ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีโครงสร้างโมเลกุลแบบร่างแห ช่วยยกพยุงผิวและปรับรูปหน้าให้ได้มิติอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ
- Definisse Touch : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนียนละเอียด เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น ให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Flore

Flore เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีที่ใช้ HCCL™ Technology และ PP Process ในการผลิต โดยเป็นฟิลเลอร์ Biphasic HA ที่รวมโมเลกุล Cross-linked และ Non Cross-linked HA เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ทั้งการเติมเต็มและฟื้นฟูผิวในครั้งเดียว แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่ใช้โมเลกุลเพียงแบบเดียวค่ะ
- Flore AQUA-S : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีโมเลกุลเล็ก ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ให้ผิวดูเรียบเนียน อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Teoxane
Teoxane เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยี Ground-breaking Preserved Network (PNT) ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีโครงสร้างยืดหยุ่นสูง ปรับตัวตามการเคลื่อนไหวของผิวหน้าได้ดี ลดความเสี่ยงการเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบเนียน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับรุ่นที่เหมาะกับการฉีด Filler ใต้ตา คือ
- Teoxane RHA 2 : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด กลืนกับผิวได้ดี เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Neuramis

Neuramis เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีที่ผลิตด้วย SHAPE Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ใช้กระบวนการ 2 step Cross-linked ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น คงตัวสูง ไม่เคลื่อนตัวหรือจับเป็นก้อนหลังฉีด โดยรุ่นที่แนะนำสำหรับฉีดใต้ตา คือ
- Neuramis Volume (กล่องสีทอง) : ฟิลเลอร์เนื้อแน่น กลืนกับผิวได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นลึก เติมเต็มได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน
ความแตกต่างของยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตาที่ราคาถูก – ราคาแพง
ฟิลเลอร์ฝั่งยุโรปและอเมริกาจะมีราคาสูงกว่า มักมาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เนื้อฟิลเลอร์เรียบเนียน ยืดหยุ่นดี และช่วยลดโอกาสการเกิดก้อนหรือความไม่เรียบเนียนของผิว ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่า
ในขณะเดียวกัน ฟิลเลอร์ราคาย่อมเยาก็มีหลายแบรนด์ที่คุณภาพดีและตอบโจทย์สำหรับคนที่มีงบจำกัดค่ะ โดยเหมาะกับการแก้ปัญหาในระยะเวลาสั้น ๆ
อย่างไรก็ตาม หากเจอราคาฉีดฟิลเลอร์ถูกจนผิดปกติ เช่น ถูกกว่าคลินิกอื่นครึ่งหนึ่ง ควรสอบถามให้ชัดเจนว่าใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไร รุ่นไหน เพราะอาจเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์หิ้ว ซึ่งอาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ค่ะ
ฉีด Filler ใต้ตาแต่ละยี่ห้อ ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น ดังนี้ค่ะ
- Juvederm Voluma ราคาเริ่มต้น 12,500 บาท
- Juvederm Volite ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท
- Juvederm Volux ราคาเริ่มต้น 18,000 บาท
- Restylane Defyne ราคาเริ่มต้น 14,000 บาท
- Restylane Vital Light ราคาเริ่มต้น 12,000 บาท
- Restylane Vital ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท
- Restylane Perlane Lyft ราคาเริ่มต้น 12,500 บาท
- Restylane Classic ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท
- Belotero Volume ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท
- Belotero Revive ราคาเริ่มต้น 14,000 บาท
- Belotero Soft ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท
- Definisse Touch ราคาเริ่มต้น 12,000 บาท
- Flore AQUA-S ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท
- Teoxane RHA 2 ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท
- Neuramis Volume ราคาเริ่มต้น 7,500 บาท
นอกจากนี้ ราคายังขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคการฉีดของแพทย์ รวมไปถึงโปรโมชันของแต่ละคลินิกค่ะ ก่อนฉีดแนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางคลินิกให้ชัดเจนนะคะ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ปลอดภัย เห็นผล ?
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตา และการประเมินของคุณหมอค่ะ เพราะแต่ละคนมีปัญหาใต้ตาไม่เหมือนกัน เช่น ร่องลึก ใต้ตาหมองคล้ำ หรือริ้วรอย ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาจากโครงสร้างผิวและลักษณะปัญหาของคนไข้ เพื่อเลือกฟิลเลอร์รุ่นและเนื้อสัมผัสที่เหมาะสมที่สุด
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสม และมั่นใจว่าผลลัพธ์จะออกมาปลอดภัย ดูสวยงาม และเป็นธรรมชาติค่ะ
วิธีเช็กยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตาของแท้
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเช็กด้วยว่ายี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้หรือไม่ โดยสามารถเช็กได้ตามวิธีต่อไปนี้

- กล่องฟิลเลอร์ต้องปิดสนิท ไม่มีร่องรอยเปิดแกะมาก่อน
- ต้องมี เลขทะเบียน อย. พร้อมเอกสารกำกับภาษาไทยที่ระบุชัดเจน
- มี เลข Lot. บนกล่อง ซอง และสติกเกอร์ที่ตรงกัน
- สามารถโทรสอบถามเลข Lot. กับบริษัทนำเข้าฟิลเลอร์โดยตรงได้
- บางยี่ห้อมี QR Code สำหรับสแกนเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ทั้งนี้ ควรขอให้คุณหมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้าก่อนฉีดนะคะ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจริง ๆ เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอค่ะ
สรุปเรื่องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เห็นผล
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ? ต้องดูจากโครงสร้างใต้ตาและปัญหาใต้ตาของแต่ละคนเป็นหลักค่ะ เพราะฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น มีเนื้อเจลและความเหมาะสมกับปัญหาที่ต่างกัน ดังนั้น ควรให้คุณหมอช่วยประเมินเพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดนะคะ
ก่อนฉีดอย่าลืมเช็กว่า เป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ และเลือกฉีดกับคุณหมอที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ