ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ 3 ตัวท็อป ที่คลินิกชั้นนำเลือกใช้

อยากหน้าเป๊ะ ผลลัพธ์จึ้ง แต่ไม่รู้จะเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ ฉีดแล้วได้ผลลัพธ์เหมือนกันไหม ?
ใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ แต่ไม่รู้จะเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ในบทความนี้เรามียี่ห้อฟิลเลอร์ 3 ตัวท็อปที่แพทย์และคลินิกชั้นนำเลือกใช้ ปลอดภัย ผ่าน อย. ไทย 2023 มาแนะนำค่ะ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? ฉีดแล้วได้ผลลัพธ์เหมือนกันไหม ? พร้อมบอกทริควิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ รับรองว่าอ่านบทความนี้จบแล้วได้ความรู้ก่อนไปทำสวยเพิ่มแน่นอน
สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ?
ก่อนจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี เรามาดูความสำคัญของฟิลเลอร์แท้กันก่อนค่ะ ว่าทำไมเราถึงต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์แท้เท่านั้น
การฉีดฟิลเลอร์แท้สำคัญอย่างมาก โดยต้องเป็นฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิดเท่านั้นค่ะ ! เพราะเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ได้การรับรองจาก อย. ประเทศไทย มีความปลอดภัยสูง และอนุญาตให้ฉีดเข้าสู่ร่างกายได้ อีกทั้งยังได้การรับรองจาก U.S. FDA ว่ามีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อร่างกายแน่นอน ถ้าหากไม่ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว อาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ฟิลเลอร์เน่า ฟิลเลอร์ไหล บางรายอาจถึงขั้นเนื้อตาย ใบหน้าผิดรูปได้เลยค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำ 3 ยี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยม ที่คลินิกเลือกใช้
แม้จะเป็นฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid เหมือนกัน แต่มีเทคโนโลยีและขั้นตอนการผลิตที่ต่างกัน จึงทำให้ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่ต่างกันออกไปด้วยค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ที่แพทย์ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ขอเริ่มต้นด้วยฟิลเลอร์ Restylane จากประเทศสวีเดน ผลิตโดยบริษัทยายักษ์ใหญ่อย่าง Galderma ที่ผลิตฟิลเลอร์มายาว นานที่สุดในโลก และยังคงได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ค่ะ รับประกันคุณภาพและความปลอดภัย จาก อย. ทั้งไทย อเมริกา เกาหลีใต้ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากยุโรป (EDQM)
ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่โดดเด่นในการผลิตขนาดโมเลกุลฟิลเลอร์ ทำให้สามารถเลือกฉีดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับความต้องการและปัญหาของผิวหน้าในแต่ละจุดได้ นั่นคือเทคโนโลยี NASHA และ OBT
- NASHA techology ให้ความคงตัว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน
- OBT technology ให้ความยืดหยุ่น ปรับรูปทรงได้หลากหลายหลังฉีด
ฟิลเลอร์ Restylane มีด้วยกัน 8 รุ่น
- Restylane Perlane Lyft ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ไม่ฟู เหมาะกับใช้ฉีดใต้ตา จมูก คาง หรือทำฟิลเลอร์แก้มส้ม อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Defyne ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ให้ความนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดกระดูกที่ยุบตัวในผิวชั้นลึก เติมเต็มร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ฉีดเสริมโหนกแก้ม รวมไปถึงใต้ตา อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Restylane Vital Light ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด สามารถแก้ไขจุดเล็ก ๆ เหมาะสำหรับปรับคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ฟื้นฟูใบหน้ากระจ่างใส เก็บรายละเอียดใต้ตา ปาก ชั้นผิวตื้น อยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
- Restylane Volyme ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มชั้นผิวให้อิ่มฟูขึ้น เหมาะสำหรับฉีดปาก แก้มตอบ มุมปาก ร่องแก้ม อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Restylane Refyne ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความยืดหยุ่น ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้ม เน้นการเติมริ้วรอยเล็ก ๆ ทำให้ผิวดูอ่อนวัย เหมาะกับฉีดปาก ร่องแก้ม มุมปาก อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Classic ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ออกแบบมาสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก ใช้เก็บรายละเอียดใต้ตาในผิวชั้นลึกสำหรับคนผิวบาง ร่องแก้มตื้น ๆ ร่องรอยขมวดคิ้ว ใต้ตา ปาก อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Vital ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย ให้เรื่องความชุ่มชื้นได้ดี ผิวเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา หน้าผาก อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Kysse ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่คงตัว สร้างขอบปากที่ชัดเจน ให้ความชุ่มชื้น อวบอิ่ม ออกแบบมาเพื่อปากโดยเฉพาะ พร้อมทั้งปรับสีปากให้ดูสดใสขึ้น อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm

ฟิลเลอร์ Juvederm จากประเทศอเมริกา เป็นฟิลเลอร์อีกหนึ่งยี่ห้อที่ได้การยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกค่ะ ผลิตโดยบริษัท Allergan ซึ่งเป็นที่เดียวกับผลิตโบท็อก Allergan ได้การรับรองจาก อย. ทั้งของไทยและอเมริกา ผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ทำให้มีจุดเด่นด้านความเรียบเนียน เหมาะกับการนำมาฉีดใต้ตา ร่องแก้ม ปาก คาง ขมับ และแก้มตอบ
- Hylacross Technology โดดเด่นในเรื่องค่าความอุ้มน้ำ เป็นตัวดั้งเดิมของ Juvederm ฉีดแล้วฟูยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี
- Vycross Technology เทคโนโลยีล่าสุด โดดเด่นในเรื่องการยกกระชับ มีโมเลกุลยึดเกาะแน่น ให้ผลลัพธ์เรียบเนียนไม่เป็นก้อน
ฟิลเลอร์ Juvederm มีด้วยกัน 6 รุ่น
- Juvederm Ultra Plus ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ฉีดแล้วฟู เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาร่องลึกจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ฉีดแล้วเต็มสวยขึ้น อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแน่นให้ความฟูปานกลาง มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการแก้ไขใต้ตา ร่องแก้ม และยังเติมคางและขมับหรือส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Juvederm Volift ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ให้ความละเอียดมากกว่า Ultra Plus จึงเหมาะกับคนผิวบาง นิยมฉีดบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก ที่ไม่ลึกมาก สามารถเก็บรายละเอียดร่องแก้มชั้นตื้นได้ดี อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Volbella ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียดที่สุด เหมาะกับบริเวณหน้าผากที่ต้องการความเรียบเนียน ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Volite ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด นิยมใช้ฉีดบริเวณใต้ตา หรือผิวชั้นตื้น บำรุงผิวชุ่มชื้น เหมาะกับคนผิวบางแต่ไม่มากเกิน อยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
- Juvederm Volux ฟิลเลอร์เนื้อแน่น โมเลกุลใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย คงรูปได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับฉีดคาง ใต้ตา ขมับ ร่องแก้มชั้นลึก อยู่ได้นานประมาณ 18 – 24 เดือน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? เราขอแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่มาแรงอีกหนึ่งตัวค่ะ นั่นคือ ฟิลเลอร์ Belotero จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดยบริษัท Merz Aesthetics รับรองความปลอดภัยด้วย อย. ทั้งไทย อเมริกา และยุโรป
ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่ทำให้เนื้อเจลเรียบเนียน อย่างเทคโนโลยี CPM ทำให้กลืนกับผิวหน้าได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาผิวในจุดที่ต่างกันได้ค่ะ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเพราะมีราคาไม่แพง สามารถจับต้องได้
ฟิลเลอร์ Belotero มีด้วยกัน 4 รุ่น
- Belotero intense ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ให้ความยืดหยุ่นสูง โดดเด่นในการแก้ไขปัญหาร่องลึกจากการยุบตัวของผิวหนัง และเสื่อมสภาพตามวัย เช่น ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมแก้มตอบ ฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Belotero volume ฟิลเลอร์เนื้อแน่น โดดเด่นในเรื่องแก้ปัญหาใต้ตา ใบหน้าตอบจากการทรุดตัวของกระดูก และสามารถเสริมกระดูกชั้นลึกได้ และใช้ปรับรูปหน้า เช่น ฟิลเลอร์คาง โหนกแก้ม อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Belotero Soft ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี เหมาะสำหรับแก้ไขรอยบนผิวชั้นนอก ปัญหาใต้ตา อยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน
- Belotero Revive ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เป็นฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก มีส่วนผสมของกลีเซอรอล ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว บำรุงให้ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ในผิวชั้นตื้น เน้นการฟื้นฟู เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว เหมาะฉีดใต้ตา ปรับสภาพผิวหน้า ปาก ลำคอ หลังมือ อยู่ได้นานประมาณ 6 – 9 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ฟิลเลอร์แท้ สังเกตอย่างไร ?
ฟิลเลอร์แท้มีวิธีดูต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อและรุ่น แต่เราสามารถตรวจสอบเบื้องต้นจากวิธีนี้ได้ค่ะ
- ฟิลเลอร์มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
- เลข lot. ตรงกันทั้งกล่อง หลอด และสติกเกอร์ สามารถโทรตรวจสอบบริษัทนำเข้าเพื่อยืนยันได้
- ในกล่องมีจำนวนเข็มถูกต้อง พร้อมระบุวันหมดอายุชัดเจน
- แพทย์ทำการแกะฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า โดยตัวกล่องไม่มีรอยแกะมาก่อน
การเลือกฉีดฟิลเลอร์แท้ ใช้บริการคลินิกที่ได้มาตรฐาน นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากฟิลเลอร์ปลอมแล้ว ยังมั่นใจได้อีกว่าแพทย์มีประสบการณ์มากพอ ดังนั้นไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ก็ปลอดภัย ไม่อันตราย แถมได้ผลลัพธ์ตรงใจแน่นอนค่ะ
สรุป
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? จากยี่ห้อฟิลเลอร์ 3 ตัวท็อปที่เราได้มาแนะนำนั้น ทุกคนจะเห็นว่าฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติเด่นที่ใช้แก้ไขปัญหาต่างกันออกไป ดังนั้นใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ เราแนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวหน้าในเบื้องต้นก่อนจะดีที่สุด เพราะแพทย์จะได้วางแผนและเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาใบหน้าที่เราต้องการแก้ไขค่ะ
แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ของไทย เช่น ฟิลเลอร์ Restylane, ฟิลเลอร์ Juvederm, ฟิลเลอร์ Belotero เป็นต้น และควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์มากพอ เพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ