7 คำถามก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก! เจ็บไหม ? ใช้กี่ CC เห็นผล ? ตอบครบ จบในที่เดียว

หน้าดูแข็งหรือดูแมน เพราะมีโหนกคิ้วที่เด่นเกินไป
หน้าผากยุบหรือบุ๋ม ทำให้ใบหน้าขาดมิติ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยได้ไหม ?
สาว ๆ คนไหนที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ จนขาดความมั่นใจ ขอบอกเลยค่ะ ว่าการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยได้แน่นอน แถมไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน และยังสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีดอีกด้วย
สำหรับใครที่สงสัยว่าการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋มได้จริงหรือ ? เห็นผลเหมือนผ่าตัดเสริมหน้าผากไหม ? อันตรายไหม ? ใช้กี่ CC เห็นผล ? ในบทความนี้เราได้รวบรวม 7 ถามยอดฮิตเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก พร้อมตอบครบทุกคำถาม จบในที่เดียว รับรองว่าถ้าอ่านจบแล้ว พร้อมจองคิวไปฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแน่นอนค่ะ ไปดูกันเลย!
สารบัญ ฟิลเลอร์หน้าผาก
1. ฟิลเลอร์หน้าผาก ปลอดภัยไหม ? ช่วยปรับแก้หน้าผากยุบได้อย่างไร ?

ฟิลเลอร์หน้าผาก คือ หัตถการปรับทรงหน้าผากที่ไม่ใช่การผ่าตัดค่ะ จะเป็นฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิดเข้าไปยังผิวหนังบริเวณหน้าผากด้วยเทคนิคการฉีดในชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ทำให้กระดูกบริเวณนั้นยกขึ้น หน้าผากที่เคยเป็นรอยยุบหรือบุ๋มก็จะตื้นขึ้น ดูเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
นอกจากนี้เรายังสามารถฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อเสริมโหงวเฮ้งหน้าผากรับทรัพย์ได้อีกด้วยนะคะ ถือว่าคุ้มค่าแบบสองต่อ ทั้งสวยขึ้นแล้วก็รับทรัพย์ไปในคราวเดียวกันเลย
ส่วนคำถมที่ว่า ฟิลเลอร์หน้าผาก ปลอดภัยไหม ? การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่จะต้องประกอบด้วย 2 ปัจจัยนี้เสมอ จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้เด็ดขาดนะคะ
- ใช้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิดของแท้ ที่ได้รับการรับรองจาก อย.ไทย และ U.S. FDA เพราะฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด เป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ และเป็นสารตัวเดียวกับที่มีอยู่ในโครงสร้างผิวของเราค่ะ จึงไม่จำเป็นต้องทดสอบการแพ้ก่อนการฉีดฟิลเลอร์เลย
นอกจากนี้ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทนี้ผิดพลาดเข้าเส้นเลือด สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสฉีดสลายได้หมด 100% ซึ่งจะทำให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาพเดิมใน 7-14 วัน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาเนื้อตายหรือตาบอด จึงถือเป็นสารที่ปลอดภัยมาก
- ฉีดกับคุณหมอที่มากประสบการณ์ หน้าผากเป็นจุดที่ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ค่อนข้างมากกว่าการฉีดในจุดอื่น ๆ ค่ะ และยังมีเส้นเลือดที่เชื่อมต่อกับลูกตาโดยตรงอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากพลาดเข้าเส้นเลือดบริเวณนี้จึงสามารถทำให้ตาบอดได้
แต่ถ้าฉีดกับคุณหมอที่ผ่านเคสมาเยอะ จะมีความเข้าใจกายวิภาคบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ จึงสามารถหลบเลี่ยงจุดที่ฉีดแล้วจะเป็นอันตรายได้ และคุณหมอยังมีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ทำให้ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเสร็จแล้วจะดูสวย ดูเป็นธรรมชาติ หมดกังวลหน้าผากเป็นคลื่นเหมือนที่เคยเห็นในรีวิวแน่นอน
2. ฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม ?
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่เจ็บค่ะ เพราะก่อนฉีดฟิลเลอร์คลินิกเสริมความงามจะแปะยาชา และประคบน้ำแข็งให้ รวมถึงในเนื้อฟิลเลอร์หลายแบรนด์ยังผสมยาชาอยู่ในเนื้ออีกด้วย อาจมีความรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อยตอนที่คุณหมอดันเนื้อฟิลเลอร์ค่ะ
ดังนั้นสาว ๆ ที่กลัวเจ็บไม่ต้องกังวลไปนะคะ ยิ่งถ้าเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับคุณหมอที่มากประสบการณ์ คุณหมอก็จะมือเบา และมีเทคนิคที่ดี ทำให้ช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำที่ไม่จำเป็นได้
3. ฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้กี่ CC เห็นผล ?
บริเวณหน้าผากจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-5 CC ค่ะ ซึ่งคุณหมอจะช่วยประเมินจากปัญหา และความต้องการของคนไข้แต่ละคน โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
- กรณีที่มีปัญหาไม่เยอะมาก เช่น มีปัญหาร่องเหนือคิ้วยุบ หรือริ้วรอยบนหน้าผาก สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการแก้ไขหน้าผากไม่เยอะมาก เน้นการปรับร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น และเสริมให้หน้าผากเรียบเนียนเข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องการเพิ่มความโหนกนูนของหน้าผากแบบชัด ๆ สามารถใช้ฟิลเลอร์ 1-2 CC ก็เพียงพอแล้วค่ะ
- กรณีที่มีปัญหาหน้าผากยุบหรือแบนมาก ๆ เช่น เพิ่มความโหนกนูนของหน้าผากให้เด่น เติมโหงวเฮ้งหน้าผากรับทรัพย์ หรือแก้ปัญหาผู้ที่มีหน้าผากยุบหรือแบนมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ในกลุ่มที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นชัด ๆ จะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 2-5 CC ค่ะ
แนะนำให้สาว ๆ พกเรฟหน้าผากแบบที่อยากได้ มาให้คุณหมอช่วยดูตั้งแต่ตอนปรึกษาค่ะ เพื่อที่คุณหมอจะสามารถวางแผนการฉีดได้ เพราะโดยทั่วไปจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากครั้งละไม่เกิน 5 CC ค่ะ เพื่อป้องกันการบวมลงมาที่บริเวณรอบดวงตา ซึ่งเกิดจากฟิลเลอร์กดทับเนื้อเยื่อ แต่ไม่ต้องกังวลใจนะคะ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราว และจะหายเป็นปกติในเวลาไม่เกิน 14 วัน
4. หลังฟิลเลอร์หน้าผาก บวมกี่วัน ? กี่วันเห็นผล ? กี่วันเข้าที่ ?

หลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเลยค่ะ โดยหน้าผากจะดูเต็ม และอิ่มเอิบมากขึ้น หลังฉีดอาจรู้สึกปวดอยู่บ้าง เพราะหน้าผากจะบวมจากเนื้อฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ และอาการบวมเข็มหลังฉีดค่ะ ถือเป็นอาการปกติ ไม่ต้องตกใจนะคะ
โดยหน้าผากจะใช้เวลายุบบวมและเข้าที่ประมาณ 7-14 วันค่ะ ในกรณีที่รู้สึกปวด สามารถกินยาแก้ปวด และดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอได้ค่ะ
5. ฟิลเลอร์หน้าผาก สลายได้ไหม ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ฟิลเลอร์หน้าผากสามารถสลายได้หมด 100 % และไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ถ้าฉีดด้วยฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิดของแท้
การฉีดบริเวณหน้าผาก ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อและรุ่นที่เลือกใช้ รวมถึงปัจจัยด้านการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วย ถ้าสาว ๆ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ดื่มน้ำเยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว ก็จะช่วยยืดอายุฟิลเลอร์ให้อยู่ได้นานขึ้น
สำหรับใครที่กังวลว่าหลังฟิลเลอร์สลายหมดไปแล้ว หน้าผากจะยุบ หรือผิวจะสุขภาพแย่กว่าก่อนฉีดฟิลเลอร์ไหม ? คำตอบคือไม่ค่ะ เพราะคอลลาเจนที่เคยสร้างขึ้นยังเหลืออยู่ จึงช่วยยกพยุงผิวไว้ได้ และการฉีดฟิลเลอร์ยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตอีกด้วย
6. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมานูนเกินไป สามารถแก้ไขได้หรือไม่ ?
ขอตอบก่อนเลยว่า การฉีดฟิลเลอร์ของแท้ที่หน้าผากสามารถปรับแก้ได้ค่ะ
หากหลังฉีดเสร็จแล้วสาว ๆ รู้สึกไม่พอใจกับหน้าผาก อยากขอให้ใจเย็น ๆ และรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่ประมาณ 7-14 วันก่อนนะคะ เพราะที่เห็นหน้าผากดูนูนมากตอนนั้นอาจจะเป็นอาการบวมเข็ม และบวมจากเนื้อฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปได้ค่ะ
แต่ถ้าฟิลเลอร์เข้าที่แล้ว ยังรู้สึกว่าหน้าผากนูนมากเกินไป สามารถปรึกษากับคุณหมอเพื่อให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสได้ค่ะ แต่ถ้าฉีดด้วยฟิลเลอร์ของปลอม หรือฉีดสารเติมเต็มประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สารไฮยาลูรอนิก แอซิด สาว ๆ จำเป็นต้องขูดออกเท่านั้น
ส่วนในกรณีที่รู้สึกว่า หน้าผากยังนูนไม่มากพอ อยากได้ชัดกว่านี้ ก็สามารถแจ้งให้คุณหมอฉีดเติมได้เหมือนกัน โดยในการฉีดแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้ฟิลเลอร์มากเกิน 5 CC นะคะ
7. ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้ว เป็นก้อน เป็นคลื่น ไหลย้อย ?

ถ้าสาว ๆ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเจอรีวิวว่า ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อน เป็นคลื่น หรือไหลย้อย ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ คงเกิดความลังเล และต้องขอเบรกกันทุกคน
แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ เราจะพาไปดูสาเหตุจริง ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 2 กรณีค่ะ
- ฟิลเลอร์ของปลอมและนำเข้าผิดกฎหมาย เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในแต่ละจุดใช้ปริมาณฟิลเลอร์ค่อนข้างมากค่ะ โดยอาจเป็น 3-5 CC เลย ถ้าเปรียบเทียบกับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าจุดอื่น ๆ ที่ใช้เพียงไม่กี่ CC ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น ฟิลเลอร์คาง หรือฟิลเลอร์ปาก ทำให้บางคลินิกเลือกใช้ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้หมด 100% หรือยาหิ้วที่นำเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ที่จัดเก็บฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน
โดยฟิลเลอร์กลุ่มนี้สามารถก่อให้เกิดปัญหาตั้งแต่ฉีดแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ ไปจนถึงอันตรายอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ติดเชื้อ หรือหน้าพังเลยค่ะ ดังนั้นสาว ๆ ห้ามฉีดเด็ดขาดเลยนะคะ
- ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากผิดชั้นผิว หลายคนอาจเข้าใจว่า แค่ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ จะฉีดกับคุณหมอคนไหนก็ได้! ซึ่งไม่จริงเลยค่ะ ถ้าคุณหมอขาดประสบการณ์ อาจฉีดฟิลเลอร์ในชั้นที่ตื้นเกินไป อย่างชั้นกล้ามเนื้อ พอเอามือจับไปก็จะเจอเนื้อนิ่ม ๆ ของฟิลเลอร์ เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อที่ใช้ยักคิ้วก็จะดึงฟิลเลอร์มากองรวมกันจนเป็นก้อน ไหลย้อย หรือหน้าผากเป็นคลื่นได้ค่ะ
สำหรับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ถูกต้อง จะต้องฉีดในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกเท่านั้นค่ะ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าไปเสริมและดันกระดูกขึ้นมา เวลาสาว ๆ ใช้มือจับจะเจอกับแผ่นเยื่อหุ้มกระดูกที่แข็ง ผิวหน้าผากก็จะเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ เหมือนมีหน้าผากนูนสวยแบบนี้มาตั้งแต่เกิดเลยค่ะ
สรุป
เชื่อว่าสาว ๆ น่าจะได้คำตอบที่เคยสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ที่บทความนี้นำมาฝากกันไปแล้ว ถ้าใครตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อแก้หน้าผากยุบ บุ๋ม หรือปรับให้หน้าผากสวยตรงกับโหงวเฮ้งรับทรัพย์ อย่าลืมเลือกคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ เช็กฟิลเลอร์ก่อนฉีดทุกครั้ง และเลือกคุณหมอที่มากประสบการณ์ค่ะ เพียงเท่านี้ ก็จะได้หน้าผากที่นูนสวยอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว